Home Network 101

บทความนี้ผมเขียนลงหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2547 ครับ

หลังจากที่ทุกท่านได้เริ่มใช้ Broadband Internet กันแล้ว คำถามที่มักจะตามมาก็คือทำอย่างไรถึงจะสามารถแชร์ Internet ให้คนอื่นๆ ในบ้านได้ อยากจะแชร์ไฟล์ แชร์ Printer ในที่สุด ยุคทองของ Home Network ในเมืองไทยก็มาถึงครับ เพราะรู้สึกว่าใครๆ ก็อยากจะมี Network ในบ้านกันทั้งนั้น

คราวนี้ผมจะมาลองเรียบเรียงดูนะครับว่า Home Network โดยทั่วๆ ไปนั้น ใช้เทคโนโลยีอะไรกันบ้าง แล้วแต่ละเทคโนโลยีนั้น มีข้อดีข้อเสียอย่างไร โดยที่ในตอนท้าย ผมจะทำสรุปเป็น Cheat Sheet ไปให้เลยครับว่า Home Network แต่ละประเภทนั้น คุณจะต้องใช้อุปกรณ์อะไรกันบ้าง แบบว่าพออ่านจบก็ออกไปซื้อของกันได้เลยครับ

1.ใช้สาย LAN แบบที่ใช้กันตาม Office ครับ ในแบบแรกนี้ใช้เทคโนโลยี Ethernet ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถทำความเร็วได้มากที่สุด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาย LAN (CAT5. CAT5e, CAT6) และ Network Card ที่คุณใช้ครับว่าจะเป็น 10/100 หรือ 10/100/1000Mbps ครับ ในปัจจุบัน Office ส่วนใหญ่จะใช้ความเร็วที่ 100Mbps ในการเชื่อมต่อระหว่าง Client กับ Server ครับ ส่วนการเชื่อมต่อระหว่าง Server กันเองนั้น จะใช้ความเร็ว 1,000 Mbps ครับ ข้อเสียของ Ethernet ก็คือต้องเดินสาย LAN เพื่อเชื่อมระหว่างแต่ละจุดไปยัง Switch กลางที่ต่อเข้ากับ Server และ ADSL Router ครับ ข้อดีของ Ethernet ก็คือ Reliability ครับ ส่วนการเพิ่ม Wireless Network ก็ง่ายครับ เพียงแค่คุณต่อ Wireless Access Point เข้ากับ Network Switch ก็แค่นั้นเองครับ

2.ในเมื่อคุณมีการเดินสายโทรศัพท์ภายในบ้านอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นแทนที่จะต้องเดินสายใหม่ทั้งหมด ทำไมไม่ใช้สายโทรศัพท์นี่แหละในการเชื่อมต่อ Home Network ก็เลยกลายมาเป็นเทคโนโลยี Home Phone Networking โดยที่ใช้มาตรฐาน Home Phoneline Networking Alliance (HomePNA) ซึ่งปัจจุบันนี้เป็น version 3.0 แล้วครับ โดยที่ version ล่าสุดนี้ สามารถทำความเร็วได้สูงสุดที่ 128 Mbps เลยทีเดียวครับ แถมยังสามารถ boost ความเร็วเพิ่มได้อีกจนถึง 240 Mbps ในอนาคตครับ

สำหรับ Home Network แบบ HomePNA นั้นจะต้องมี HomeLink Phoneline 10M Ethernet Bridge สำหรับเชื่อมต่อกับ ADSL Router แล้วที่ Client แต่ละตัวก็จะต้องมี HomeLink Phoneline USB Network Adapter หรือ HomeLink Phoneline PCI Network Card ครับ คราวนี้ถ้าคุณเกิดอยากเพิ่ม Wireless Network เข้ามาในภายหลัง คุณก็สามารถที่จะต่อ Wireless Access Point เข้ากับ ADSL Router ได้ทันทีครับ

3.เทคโนโลยีนี้ก็คล้ายๆ กับ HomePNA ครับ คือพยายามใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วมาใช้ในการส่งข้อมูลครับ แต่คราวนี้แทนที่จะใช้สายโทรศัพท์ซึ่งถึงแม้ว่าหลายๆ บ้านจะมีอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้มีมากจนครอบคลุมทุกจุดในบ้าน แต่ว่าปลั๊กไฟนั้นต่างกัน เพราะว่าทุกๆ ห้องในบ้านจะต้องมีปลั๊กไฟอย่างน้อย 1 จุดแน่นอน นั่นคือที่มาของHomePlug Powerline ครับ โดยที่เราใช้สายไฟเป็นตัวส่งข้อมูลครับ

ดังนั้นถ้าดูจากทั้งข้อ 1 ถึง 3 จะเห็นว่า วิธีนี้น่าจะ Work ที่สุด เพียงแต่ว่าความเร็วสูงสุดของ HomePlug แค่ 14Mbps เองครับ สำหรับ Home Network แบบ HomePlug นั้นจะต้องมี HomePlug Ethernet Bridge สำหรับเชื่อมต่อกับ ADSL Router แล้วที่ Client แต่ละตัวก็จะต้องมี HomePlug USB Adapter ครับ คราวนี้ถ้าคุณเกิดอยากเพิ่ม Wireless Network เข้ามาในภายหลัง คุณก็สามารถที่จะต่อ Wireless Access Point เข้ากับ ADSL Router ได้ทันทีครับ

4. ที่นี้ก็มาถึงพระเอกของเราซะที นั่นก็คือ Wireless LAN ครับ ที่ผมบอกว่าพระเอกก็เพราะว่า Wireless Network ไม่ต้องมีการเดินสายครับ อีกทั้งความเร็วสูงสุดที่ทำได้ในปัจจุบันคือ 108Mbps (หรือประมาณ 110,592Kbps) ซึ่งก็เพียงพอต่อการใช้งานโดยทั่วไปใน Office แล้วครับ ดังนั้นการใช้งานตามบ้านยิ่งไม่น่าจะมีปัญหาใหญ่เลย โดยเฉพาะท่านที่จะเอามาแชร์ Broadband Internet ความเร็ว 256Kbps จะเห็นได้ว่า…เหลือๆ ครับ

อ่านมาถึงจุดนี้ หลายๆ ท่านก็คงจะเริ่มเห็นรางๆ แล้วใช่ไหมครับว่า Home Network ของคุณน่าจะเป็นแบบไหนนะครับ แต่สิ่งที่ผมกำลังจะพูดถึงต่อไปนี้คือ Wireless Network ครับ เพราะผมว่าเป็นระบบที่ติดตั้งง่ายที่สุดและสะดวกที่สุด โดยเฉพาะบ้านที่มี Notebook Computer เพราะว่า Wireless Network ไม่ต้องมีการเดินสายสักเส้นหนึ่งครับ อีกทั้งคุณสามารถที่จะวางเครื่อง Desktop Computer ไว้ที่ไหนก็ได้ จะใช้งาน Notebook Computer หรือ Pocket PC ของคุณที่ไหนก็ได้ในบ้านครับ

อีกทั้งทาง Microsoft เพิ่งจะมีงานเปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ที่มีชื่อว่า Microsoft Windows XP Media Center Edition 2005 เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2547 นี้เองครับ โดยที่ Microsoft Windows XP Media Center Edition 2005 นี้ออกมาเพื่อ Home Network โดยเฉพาะเลยครับ เพราะว่าด้วยระบบ Home Network ที่คุณมี คุณสามารถที่จะใช้ Remote Control ในการควบคุม Media Center Computer ที่ต่ออยู่กับระบบ Home Theater ของคุณครับ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเพลง Online, การดูภาพจากกล้อง Digital ด้วย Card Reader ที่ built-in มาแล้ว และก็สามารถที่จะ burn รูปลง CD หรือ burn รูปพร้อมเสียงดนตรี ลงแผ่น DVD, การสั่งเช่า Video on-demand, การตั้งเวลาอัด HDTV ลงบน HardDisk และก็ความสามารถในการที่จะอัดหนังช่องหนึ่ง ในขณะที่กำลังดูอีกช่องหนึ่งไปพร้อมๆกันได้, การส่ง Video แบบ streaming ไปยังทุกๆ ห้องในบ้านด้วยระบบ Home Network ที่คุณมี ไม่ว่าจะมีสายหรือไร้สาย ไม่ว่าจะเป็น Desktop Computer, Notebook Computer, Tablet PC, TV หรือ Pocket PC ครับ อืมม……น่าสนใจมากใช่มั๊ยครับ สำหรับท่านที่สนใจเกี่ยวกับ Microsoft Windows XP Media Center Edition 2005 รวมทั้งอยากดู Video วันเปิดตัว Media Center 2005 และ ดู Bill Gates โชว์ความสามารถต่างๆ ของ Media Center 2005 นี้ ให้ไปดูได้ที่ http://www.microsoft.com/windowsxp/mediacenter/ ครับ

ก่อนที่เราจะออกไปซื้ออุปกรณ์ Wireless กันนั้น ผมอยากจะพูดถึงมาตรฐานของ Wireless LAN ที่แพร่หลายกันในปัจจุบัน ซึ่งก็คือ 802.11a, 802.11b และ 802.11g ครับ ถ้าจะแบ่งกลุ่มกัน ตามคลื่นความถี่ที่ใช้แล้วละก็ จะแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ 802.11a ซึ่งใช้คลื่นความถี่ 5GHz และ 802.11b กับ 802.11g ซึ่งใช้คลื่นความถี่ 2.4GHz ครับ ส่วนมาตรฐานที่แพร่หลายที่สุดในปัจจุบันก็คือ 802.11b ครับ รองลงมาก็ 802.11g และ 802.11a ตามมาเป็นที่สุดท้ายแบบไกลๆครับ สาเหตุที่ 802.11b และ 802.11g ได้รับความนิยมก็เพราะว่า เนื่องจากทั้ง 2 มาตรฐานใช้คลื่นความถี่เดียวกัน ทำให้อุปกรณ์ที่ใช้มาตรฐาน 802.11b และ 802.11g สามารถใช้ร่วมกันได้ครับ

ส่วนเรื่องความเร็วในการเชื่อมต่อนั้น ทั้ง 802.11a และ 802.11g สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 54Mbps เหมือนกันครับ ในขณะที่ 802.11b ทำได้แค่ 11Mbps เองครับ ตอนนี้ผมยังจะไม่พูดถึงพวกเทคโนโลยีประเภท Booster ทั้งหลายนะครับ เมื่อเรามีความเข้าใจถึงข้อแตกต่างระหว่างทั้ง 3 มาตรฐานกันแล้ว ผมก็อยากจะบอกเพิ่มอีกนิดหนึ่งถึงอุปสรรคสำคัญสำหรับการติดตั้งระบบ Wireless Network ครับ เพราะว่าระบบ Wireless Network ใช้คลื่นวิทยุในการรับส่งข้อมูล ระยะตาม spec ของทั้ง 3 มาตรฐานคือ 100 เมตร ผ่านที่โล่ง หรือเรียกอีกอย่างว่า “ผ่านอากาศ” ครับ ดังนั้นวัตถุที่อยู่ระหว่างอุปกรณ์ทั้ง 2 ชิ้น จึงมีผลเป็นอย่างมากครับ ไม่ว่าจะเป็นกำแพง, ตู้หนังสือ, ประตู, ไม้, กระจก, ฯลฯ โดยวัสดุที่เป็นโลหะ จะมีความสามารถในการกีดกันสัญญาณได้ดีที่สุดครับ รองลงมาก็คือกระจกกันกระสุน, ผนัง/พื้นคอนกรีต, หินอ่อน, ผนังอิฐ, น้ำ, กระจก, กระเบื้องซีเมนต์ใยหิน (Asbestos), แผ่นไม้อัด, ไม้ สุดท้ายก็แน่นอนครับ อากาศ

ถึงตอนนี้ทุกท่านก็คงจะพร้อมกันแล้ว ผมว่าเรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ อุปกรณ์ Wireless LAN ที่จำเป็นสำหรับการทำ Home Network นอกจาก ADSL Router แล้วก็คงต้องมี Wireless Access Point หรือ Wireless Router ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการติดต่อ เหมือนๆ กับ Hub หรือ Switch ในระบบ Ethernet นั่นแหล่ะครับ

สำหรับเครื่อง Desktop Computer นั้น คุณมีทางเลือกคือ Wireless PCI Adapter หรือ Wireless USB Adapter ครับ โดยที่ถ้าคุณวางเครื่อง Desktop Computer ไว้ใต้โต๊ะทำงานล่ะก็ คุณน่าจะเลือกเป็น Wireless USB Adapter ที่ต่อสายขึ้นมาวางบนโต๊ะได้ หรือไม่ก็เป็น Wireless PCI Adapter ที่มีสายต่อเสาขึ้นมาวางบนโต๊ะครับ เพราะว่าจะช่วยในการรับ/ส่ง สัญญาณได้ดีขึ้นครับ สำหรับ Notebook Computer ที่ไม่มี Wireless Lan Built-in นั้น คุณก็มี 2 ตัวเลือกเหมือนกันครับคือ Wireless CardBus (PCMCIA) Adapter และ Wireless USB Adapter ครับ

ทีนี้ถ้าเกิดคุณมีปัญหาว่าสัญญาณไม่สามารถคลอบคลุมทั่วทั้งบริเวณที่คุณต้องการ คุณก็มีทางเลือกอยู่ 2 ทางคือ

1.เปลี่ยนเสาอากาศ ไปใช้เสาที่มีกำลังขยายมากขึ้น

2. ซื้อ Wireless Access Point อีกตัวหนึ่งมาทำหน้าที่เป็น Repeater (บางบริษัทเรียกว่า WDS – Wireless Distribution System) โดยที่จะส่งต่อสัญญาณของตัวแม่ให้ไกลขึ้นไปอีกครับ แต่ทั้งนี้การเลือกซื้ออุปกรณ์มาทำเป็น Repeater นั้น จะต้องเลือกด้วยความรอบคอบครับ เพราะส่วนใหญ่แล้ว ถ้าคุณใช้ Wireless Access Point ของยี่ห้อหนึ่ง คุณก็ควรที่จะใช้ Wireless Access Point ของยี่ห้อนั้น รุ่นเดียวกันนั้น มาทำเป็น Repeater ครับ การทำ Repeater ข้ามรุ่นแต่เป็นยี่ห้อเดียวกัน ก็เป็นไปได้ครับ แต่ไม่ใช่ว่าทุกยี่ห้อจะทำได้ครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>