3Com OfficeConnect Wireless 54Mbps 11g Travel Router

วันนี้ผมจะมาแนะนำสินค้าตัวล่าสุดของ 3Com ที่เพิ่งจะนำเข้ามาสดๆร้อนๆเลยครับ สินค้าชิ้นนั้นคือ 3Com OfficeConnect Wireless 54Mbps 11g Travel Router (3CRTRV10075) ในที่นี้ผมจะเรียกย่อๆว่า 3Com Travel Router ก็แล้วกันนะครับ เพราะว่าชื่อยาวมั๊กๆครับ

3Com Travel Router เป็น Wireless Router ขนาดกระทัดรัดที่ออกแบบมาเพื่อนักเดินทางโดยเฉพาะ ด้วยขนาดที่กระทัดรัด โตกว่าซองบุหรี่หน่อยนึงเท่านั้น ทำให้สามารถพกพาไปในกระเป๋า Notebook ของคุณได้อย่างสบายครับ

อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องก็มี Travel Router, Power Adapter, สาย LAN, กระเป๋าผ้าใส่อุปกรณ์ และก็คู่มือ Quick Start Guide ครับ

 

ลองเอาอุปกรณ์ใส่กระเป๋าดู

ด้านบนครับ

ด้านท้าย จะเห็นช่อง Ethernet สำหรับสาย LAN หัว RJ-45, ช่อง Reset และ ช่อง Power ครับ

Switch สำหรับเปลี่ยน Mode ทางด้านข้างครับ

ลองเทียบขนาดกับ HP iPAQ h6365 และก็ Bluetooth Headset ของ Sony Ericsson รุ่น HBH-600 ครับ จะเห็นว่าขนาดไม่ได้ใหญ่เลยครับ เล็กกว่า Pocket PC อีกครับ

คุณสมบัติเด่นๆมีอยู่หลายอย่างเช่น มาตราฐาน 802.11g ความเร็ว 54Mbps, ระบบการเข้ารหัสแบบ WEP 40/64/128-bit และ WPA, ซ่อน SSID, VPN Pass-Through ด้วย PPTP, IPSec และ L2TP, Stateful Packet Inspection Firewall พร้อม Hacker Pattern Detection และกันการโจมตีด้วย Denial of Service (DoS), NAT, DHCP Server/Client, Dynamic DNS, UPnP, Virtual Servers, DMZ, Dial-on-Demand และ Auto-Disconnect ครับ

3Com Travel Router มี Mode ให้เลือกถึง 4 Mode ด้วยกันคือ

• Setup / Configuration Mode
• AP (Access Point) Mode
• Router mode
• Client Mode

คราวนี้เราจะมาดูกันทีละ Mode เลยนะครับ ว่าแต่ละโหมดทำอะไรได้บ้าง เริ่มกันที่ Setup/Configuration Mode กันก่อนเลยดีกว่า

Setup/Configuration Mode

Mode นี้มีไว้สำหรับใช้ในการ Setup Router ครับ การเข้าสู่ Mode ก็เพียงแค่เลื่อน switch เลือก Mode ไปที่เบอร์ 3 ครับ หลังจากนั้นก็เปิด Browser แล้วก็พิมพ์ 192.168.0.1 แล้วก็ Enter ครับ

ส่วนค่า Default ที่มาจากโรงงานก็คือ
IP Address : 192.168.0.1
Username : Admin
Password : ไม่มี
DHCP Server : Enabled
SSID : 3Com
Wireless Security : Disabled

AP Mode

Mode นี้มีไว้สำหรับเชื่อมต่อกับระบบ LAN ที่มี DHCP Server อยู่แล้ว เพียงแต่คุณต้องการที่จะให้ Notebook ที่มี Wireless Card สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายเข้ากับ ระบบ LAN ของคุณได้ครับ

ใน Mode นี้ อุปกรณ์ทั้งหมดจะได้รับแจก IP Address จาก DHCP Server ในวง LAN ครับ

เมื่อคุณ Set ไปที่ Mode นี้ 3Com Travel Router จะไม่มี IP Address ครับ ทำให้ไม่สามารถเข้าไปที่หน้า Configure หรือ Ping ที่ตัว Router ได้ครับ

Router Mode

ในกรณีที่คุณมี IP Address แค่ 1 Address แต่มี Wireless Client หลายๆชิ้นที่ต้องการจะเข้าไปใช้ Resource ในระบบ LAN คุณก็สามารถที่จะเลื่อน Switch เลือกMode ไปที่เบอร์ 2 เพื่อเข้าสู่ Router Mode

Router Mode เหมาะสมกับสถานะการณ์ต่างๆดังนี้:
• เชื่อมต่อ 3Com Travel Router เข้ากับ ADSL Router เพื่อแชร์ Internet แบบไร้สาย
• ทำหน้าที่เป็น DHCP Server เพื่อแจก IP Address ให้แก่ Wireless Cleint
• มี SPI/Firewall ที่ทำหน้าที่ป้องกัน Wireless Client จากการโจมตีของ Hacker
• ต้องการให้ Wireless Client อยู่คนละ Network กับระบบ LAN (หมายถึง คนละ Broadcast Domain กันนะครับ)
• Router Mode ต้องการ IP Address ของระบบ LAN แค่ 1 หมายเลข เท่านั้น โดย 3Com Travel Router ใช้เทคโนโลยี่ที่เรียกว่า NAPT (Network Address Port Translation) ในการแปลง IP Address ที่อยู่ในวง Wireless ไปเป็น IP Address ที่อยู่ในวง LAN ครับ

Client Mode

ใน Mode นี้ 3Com Travel Router จะทำหน้าที่เป็น Wireless Adapter สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณครับ

Client Mode เหมาะสมกับสถานะการณ์ต่างๆดังนี้:
• เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ ไม่มี Wireless LAN Adapter
• คุณต้องการที่จะเชื่อมต่อกับ Wireless Network 2 Network พร้อมๆกัน สมมติว่าเป็น Wireless Network A และ B นะครับ โดยใช้ 3Com Travel Router ต่อเข้ากับ Wireless Network A และ Wireless USB Adapter(หรือ Wireless Cardbus Adapter หรือ Wireless PCI Adapter) ต่อเข้า Wireless Network B ครับ

หลังจากที่เราศึกษาว่าแต่ละ Mode ทำอะไรได้บ้างมาพอประมาณแล้ว ทีนี้มาลองเข้าไปดูกันเลยดีกว่าว่าแต่ละโหมดมี Menu อะไรกันบ้างครับ

หลังจากที่เสียบสาย Power เข้ากับ 3Com Travel Router ก็เลื่อน Switch เปลี่ยน Mode ไปที่เบอร์ 3 จากนั้นก็ต่อสาย LAN จากเครื่องคอมพิวเตอร์ เข้ากับ 3Com Travel Router แล้วเปิด Brower ขึ้นมา พิมพ์ 192.168.0.1 จากนั้นก็กด Enter ได้เลยครับ

ในกรณีที่ไม่ได้มีการ Set Password ของ Administrator เอาไว้ คุณก็จะได้เห็นหน้าข้างล่างนี้เลยครับ

จากนั้นผมก็คลิกที่ AP Mode เพื่อเข้าไปดูว่า ใน AP Mode มีลูกเล่นอะไรบ้างครับ พอเข้ามา คุณก็จะเห็นหน้าจอดังรูปข้างล่าง ในที่นี้ผมจะทำการเลือกประเทศเลยก็แล้ว กันนะครับ โดยคลิกที่ Region แล้วเลือก Thailand ครับ

สำหรับ 802.11 Mode จะมีให้เลือก 2 option คือ 802.11b/g และ 802.11g only

มี Channel ให้เลือกถึง 13 Channel เลยทีเดียวครับ

หลังจากทำการ Setup ในส่วนนี้เสร็จแล้วก็คลิกที่ปุ่ม Save ครับ ต่อไปเราจะมาดูในส่วน Wireless Security กันบ้าง โดยคลิกที่ tab Wireless Security ด้านบนครับ

โดย Default ค่า Wireless Security จะเป็น Disable พอคลิกที่ Drop Down Menu ดู ก็จะพบว่ามีอีก 2 option ให้เลือกคือ WEP และก็ WPA-PSK ครับ

ผมก็เลยลองเลือก WEP ดูก่อนครับ หลังจากเข้ามาที่หน้า WEP ดังรูปข้างล่างแล้ว จะเห็นว่ามี Authentication ให้เลือกถึง 3 แบบ คือ Auto, Open System และ Shared Key ครับ

สำหรับ Key Size จะมีให้เลือกทั้ง 64 Bit และ 128 Bit โดยที่ 64 Bit จะใช้เลขฐาน 16 ถึง 10 ตัว และ 26 ตัวสำหรับ 128 Bit

สำหรับคุณๆที่ไม่เก่งในเรื่องการแปลงเลขฐาน 16 ก็ไม่ต้องกังวลนะครับ เดี๋ยวผมมีของดีจะให้ดูกัน

สมมติผมเลือก Key Size ขนาด 128 Bit นะครับ สิ่งที่ผมจะต้องทำก็คือ ใส่ Passphrase ลงในช่องข้างล่าง แล้วคลิกที่ปุ่ม Generate ครับ

แต่น แตน แต้น….ดูที่ช่อง Key 1 สิครับ เป็นยังไงครับ ง่ายดีมั๊ยครับ?

คราวนี้ลองมาดู WPA-PSK กันบ้าง สำหรับ WPA-PSK เราสามารถจะใส่ค่า PSK ได้ตั้งแต่ 8 – 63 ตัวโดยเป็นได้ตั้งแต่ 0-9, a-z และ A-Z ครับ

คราวนี้มาดูที่ tab Trusted กันบ้างนะครับ สำหรับ feature อันนี้ ผมว่าก็คล้ายๆกับ MAC Address Filtering นั่นแหล่ะครับ คือมาการควบคุมการเข้า Network โดยดูจาก MAC Address ครับ

ต่อไปก็คือการ Setup ในส่วนของ Router Mode ครับ จะเห็นว่าส่วน Wireless ของหน้านี้ จะคล้ายกับหน้า Setup ของ AP Mode เลยครับ ที่มีเพิ่มมาก็คือ Ethernet (WAN) Port และก็ Wireless LAN ด้านล่างครับ โดยที่คุณจะต้องกำหนด IP Address สำหรับวงของ Wireless ให้กับ Travel Router และก็เลือกที่จะให้ Travel Router หน้าที่เป็น DHCP Server เพื่อแจก IP Address ให้กับเครือข่าย Wireless LAN ด้วยครับ

ส่วนการ setup ในหน้า Wireless Security และ Trusted นั้น ยังคงเหมือนใน AP Mode ทุกประการครับ

ต่อมาจะเป็นการ setup Ethernet (WAN) Port โดยที่เราจะเริ่มดูจาก Connection Type ก่อนเลยนะครับ

Connection Type ที่ Travel Router มีให้เลือกนั้น มีอยู่ 4 แบบด้วยกันคือ

Dynamic IP Address – DHCP Client

ถ้าคุณเลือก Dynamic IP Address คุณแทบจะไม่ต้องตั้งค่าอะไรเพิ่มครับ เพราะว่าค่าต่างๆไม่ว่าจะเป็น IP Address หรือ DNS Server ครับ

PPPoE

สำหรับ Connection Behavior มีอยู่ 3 แบบครับ คือ
• Automatic Connect/Disconnect – Router จะทำการต่อ Internet ทันทีเมื่อมีคนใน Wireless Network พยายามที่จะออกไปยัง Internet และคุณก็สามารถที่จะตั้ง เวลาว่าถ้าไม่มีคนใช้เป็นเวลากี่นาที ให้ Router ทำการ Disconnect โดยอัตโนมัติ
• Manual Connect/Disconnect – เลือก option นี้ เมื่อคุณต้องการที่จะ Connect และ Disconnect เมื่อคุณต้องการ
• Keep Alive – option นี้จะถูกเลือก เมื่อคุณต้องการที่จะ Connect ตลอดเวลา เมื่อใดก็ตามที่มีปัญหาทำให้ Router ถูก Disconnect ระบบก็จะพยายามที่จะ Connect กลับเข้าไปโดยอัตโนมัติ

PPTP

สำหรับ VPN แบบ PPTP (Point-to-Point Tunneling Protocol) ครับ

L2TP

สำหรับ VPN แบบ LT2P (Layer Two Tunneling Protocol) ครับ

Static IP Address

ทีนี้ผมก็จะพามาดูที่ Menu Advanced กันบ้างครับ

ตรงส่วน Application นั้น สำหรับ Allow Incoming Application ครับ โดยที่ทาง 3Com ได้ทำเป็น List ไว้ให้เลือก ทำให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นครับ

ส่วนที่ option Send this … to: ก็หมายถึงการเปิด port สำหรับ Application ที่เราเลือกไว้ข้างบน ว่าจะให้เปิด Port นั้นไปยังเครื่องไหนในระบบ Wireless Network ของ เราครับ

DMZ (De-Militarized Zone)

ถ้าคุณมีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องไหนที่คุณต้องการที่จะวางไว้นอก Firewall ก็ให้เลือก Enable DMZ และเลือกชื่อเครื่อง จาก Drop Down List ได้เลยครับ

ส่วนค่า MTU นั้น คุณสามารถที่จะเซ็ทเองได้ แต่จริงๆแล้ว Router จะทำการ Auto-Negotiate กับ Server ปลายทางให้อยู่แล้วครับ ทีนี้ถ้าคุณมีการใส่ค่า MTU ไว้ใน ช่องนี้ด้วย ระบบก็จะทำการเลือกค่าที่ต่ำที่สุด แล้วใช้ค่านั้นครับ

หน้าต่อมาคือ Port Forwarding ครับ Port Forwarding มีเอาไว้เพื่อให้ผู้ที่อยู่บน Internet สามารถเข้ามาใช้ Service ในระบบของเราได้ครับ โดยที่เราจะต้องมีการตั้ง Server เอาไว้ก่อน เช่น Web Server, FTP Server และ E-mail Server เป็นต้น

การ Setup ก็คือ เลือก Service ที่เราต้องการ และ เลือก Server ที่ให้บริการ Service นั้นๆครับ

DDNS ย่อมาจาก Dynamic DNS ครับ ซึ่งมีประโยชน์สำหรับเราๆท่านๆที่ไม่มี Fixed IP Address แต่ต้องการจะตั้ง Website ขึ้นภายในบ้านครับ

โดยปกติ ถ้าคุณพิมพ์ www.thelordofwireless.com มันก็จะวิ่งไปที่ 203.150.224.13 ใช่มั๊ยครับ ทีนี้ในเมื่อเราใช้ ISP แบบที่แจก IP Address มาให้เราด้วย DHCP Server ดังนั้น IP Address ที่เราได้ก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

DDNS ก็จะเข้ามาแก้ปัญหานี้ครับ โดยการที่เราเข้าไป Register ไว้ที่ Website ที่ให้บริการนี้ แล้วป้อนข้อมูลเข้าไปใน Router ของเรา ทีนี้เมื่อเรา Connect เข้ากับ ISP ทาง Router ของเราก็จะคุยกับ Website นั้นๆ เพื่อบอกว่าตอนนี้ IP Address ของเราคืออะไร ทีนี้พอมีคนจะเข้า Website ของเรา เขาก็แค่พิมพ์ชื่อ Website ของเราก็ จะเข้ามาที่ Web Server ที่บ้านได้ครับ

ในหน้านี้มี Service Provider ให้เลือกถึง 3 รายก็คือ DynDNS, DtDNS และ Cn99 ครับ

ในหน้านี้เป็น Network Diagnostics Tools เช่น Ping และ DNS Lookup ครับ

ต่อมาก็เป็น Options ครับ ในหน้านี้จะมีให้ใส่ Backup DNS ในกรณีที่ DNS ที่เราได้มาจาก ISP เมื่อเรา Login มีปัญหาครับ

ส่วน UPnP (Universal Plug and Play) จะช่วยให้ทั้ง Hardware และ Software สามารถต่อเข้ากับระบบ Network โดยอัตโนมัติ และ Software บางตัวเช่น พวกตระกูล Bit Torrent ก็สามารถที่จะไปเปิด Port เพื่อออกสู่ Internet ผ่าน Router ได้โดยอัตโนมัติครับ

PC Database จะเก็บข้อมูลของเครื่องลูกข่ายทั้งหมดที่ต่อเข้ากับระบบ ไม่ว่าจะเป็นผ่านสาย LAN หรือผ่าน Wireless LAN ครับ

หน้าสุดท้ายของเมนู Advanced แล้วครับ … Security

ในส่วนของ Firewall นั้น จะมี option ให้เราสามารถที่จะป้องกัน Dos (Denial of Service) Attack ได้ครับ โดยให้เราเลือก Threshold ตามความเร็วของ Internet ของเราครับ

ส่วน options ทางด้านล่าง ก็มี Respond to ICMP (Ping) ถ้าเราเลือก option นี้ ใครก็ตามที่อยู่บน Internet ก็จะสามารถ Ping เข้ามาได้ครับ ทางที่ดี ควรทิ้งไว้ดังรูปครับ (คือ Disabled)

ส่วนอีก 3 ข้อที่เหลือ สำหรับ VPN (Virtual Private Network) ครับ ถ้าคุณใช้ตัวไหน ก็ Enable ตัวนั้นครับ

Mode สุดท้ายแล้วครับ Client Mode สำหรับใช้ 3Com Travel Router เป็น Wireless Adapter โดยต่อผ่านสาย LAN ครับ

เริ่มโดยที่เราต้องสร้าง Profile ก่อนครับ คลิก Add ครับ

ในหน้านี้ก็จะมีให้เลือกทั้งแบบ Infrastructure และ Ad Hoc ครับ

ลองป้อนส่วน General ดู … ส่วน Security ก็มีให้เลือกครบเหมือนเดิม

64 Bit WEP

128 Bit WEP

ลองป้อน WPA-PSK ดูแล้วคลิก Save ครับ

อั่นแน่….มา show ในหน้า Wireless Profiles แล้วครับ ทีนี้คุณก็สามารถที่จะตั้ง Profile ได้หลายๆ Profile เลยครับ เพื่อนำ 3Com Travel Router ไปใช้ในที่ต่างๆ ครับ

เป็นยังไงบ้างครับ 3Com OfficeConnect Wireless 54Mbps 11g Travel Router (3CRTRV10075) ตัวนิดเดียว แต่ทำอะไรได้เยอะพอๆกับตัวใหญ่ๆเลยนะครับ ข้อเสีย เท่าที่เจอก็คือความแรงของสัญญาณครับ เนื่องจากอุปกรณ์ชิ้นนี้ออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการใช้งาน โดยที่ส่วนใหญ่น่าจะเป็นการนำไปต่อในห้องพักของโรงแรมเพื่อสร้างระบบ Wireless Network แบบชั่วคราวภายในห้องพักครับ

ท้ายที่สุดนี้ก็ต้องขอขอบคุณทางบริษัท 3Com (Thailand) ที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์มาให้ทำการทดสอบครับ

Leave a Reply