จะซื้อ ADSL Modem (USB) หรือ ADSL Router ดี?

วันนี้ถ้าพูดถึงเทคโนโลยีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ที่เรียกกันว่า บรอดแบนด์ เริ่มเป็นที่รู้จักกันในวงกว้างขึ้น คงจะไม่มีใครที่ไม่รู้จัก เพราะว่าหลายๆ ISP ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต โหมโฆษณา และแข่งขันกันด้านราคากันอย่างเผ็ดมัน จนทำให้เราสามารถที่จะใช้ Internet ความเร็วสูงได้ในราคาที่ต่ำมากๆ แค่เดือนละ 590 บาทเท่านั้น สำหรับความเร็ว 256Kbps/128Kbps

เมื่อคุณไปสมัครใช้บริการ ADSL ที่ ISP สิ่งที่เขามักจะถามอยู่เสมอก็คือ คุณจะซื้อ ADSL Modem กับเขาเลยหรือเปล่า นี่แหละครับที่ผมจะนำมาพูดกันในวันนี้ เพราะว่าถ้าเราไม่ซื้อ ADSL Modem กับทาง ISP เรายังจะมีทางเลือกอะไรอีกบ้าง ผมจะยกมาเป็นข้อๆ เลยก็แล้วกันนะครับ เพื่อความง่ายต่อการเข้าใจ

1.ADSL Router ฟังชื่อดูก็น่ากลัวเหมือนจะใช้ยาก ใช่ไหมครับ? แต่จริงๆ แล้วไม่เลยครับ เพราะ ADSL Router จริงๆ แล้วก็คือ ADSL Modem + Router นั่นเองครับ ด้วยราคาที่อาจจะแพงกว่า USB ADSL Modem ที่ทาง ISP เขาขายให้เราไม่มาก แต่สิ่งที่เราได้เพิ่มมานั้น มากมายครับ โดยเฉพาะคุณที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์มากกว่า 1 เครื่องที่บ้าน แล้วต้องการจะเข้า Internet พร้อมๆ กัน

สำหรับการใช้ USB ADSL Modem นั้น คุณจะต้องเปิดเครื่องที่ต่อกับ Modem ทิ้งไว้ตลอดเวลาที่คุณต้องการให้เครื่องอื่นๆ ในบ้านใช้ Internet ครับ โดยให้เครื่องๆ นั้นทำหน้าที่เป็น Gateway ของบ้าน ด้วยการใช้ Software ประเภท Internet Connection Sharing ครับ

แต่ถ้าคุณเลือกที่จะซื้อ ADSL Router มาใช้แทน USB ADSL Modem เพียงแค่คุณเสียบปลั๊ก ADSL Router ทิ้งเอาไว้ ทุกๆ คนในบ้านก็สามารถจะเข้า Internet เมื่อไหร่ก็ได้ โดยที่ไม่ต้องเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งทิ้งไว้ สะดวกขึ้นมากเลยใช่ไหม ข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ ทุกๆ เครื่องสามารถที่จะแชร์ไฟล์ระหว่างกันได้ด้วยครับ นี่เท่ากับว่า เพียงแค่คุณใช้ ADSL Router เชื่อมต่อทุกเครื่องเข้าด้วยกัน เพื่อแชร์ Internet และแชร์ไฟล์ คุณก็ได้ทำการติดตั้ง Home Network ในบ้านของคุณเรียบร้อยแล้วครับ

ส่วนข้อคิดในการเลือกซื้อ ADSL Router ก็คือ พยายามเลือก ADSL Router ที่มีพอร์ต LAN มากกว่า 1 พอร์ตครับ โดยทั่วไป ADSL Router จะมีจำนวนพอร์ต ไม่ 1 พอร์ต ก็ 4 พอร์ตครับ อีกนิดนึงครับ สำหรับเครื่องที่ไม่มี Network Card อยู่ในเครื่อง คุณก็จะต้องซื้อ Network Card มาใส่เพื่อเชื่อมต่อกับ ADSL Router ด้วยครับ ราคาของ Network Card สำหรับเครื่อง Desktop ก็ไม่กี่ร้อยบาทครับ

สำหรับคุณที่เข้าไปค้นบน Internet ก็จะพบว่า ADSL Router มักจะมีเขียนกำกับไว้ว่า Annex A หรือ Annex B แล้วทีนี้จะซื้ออะไรดี? ตามมาตรฐาน G.992.1 นั้น เราแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ Annex A, Annex B และ Annex C ครับ โดยที่ Annex A คือ ADSL over Plain Old Telephone Services (POTS) หรือสายโทรศัพท์ทั่วไปนี่แหละครับ ส่วน Annex B คือ ADSL over Integrated Services Digital Network (ISDN) และ Annex C คือ ADSL over ISDN ในประเทศญี่ปุ่นครับ สำหรับในเมืองไทย ส่วนใหญ่จะเป็น Annex A ครับ

ADSL Router ที่วางขายอยู่ในบ้านเรามีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ แบบที่มี Print Server รวมเข้ามาด้วย และ แบบที่ไม่มีครับ โดยที่รุ่นที่มี Print Server แถมมาด้วยนั้น ราคาจะสูงกว่ารุ่นที่ไม่มี ไม่เกิน 1,000 บาทครับ ซึ่งก็ถูกกว่าการซื้อ Print Server แยกภายหลังครับ เพราะว่าราคาของ Network Print Server แบบถูกๆ ก็เกิน 3,500 บาทแล้วครับ

แล้ว Print Server มีประโยชน์อย่างไร? ก็ใช้ในการแชร์ Printer ยังไงครับ โดย Print Server จะมีอยู่ 2 ประเภทคือ USB Print Server สำหรับใช้กับ USB Printer และ Parallel Print Server สำหรับใช้กับ Parallel Printer ครับ แทนที่คุณจะต้องเสียบสายจาก Printer เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ คุณก็แค่ไปเสียบเข้ากับ ADSL Router แทนครับ เพียงแค่นี้ ทุกคนที่ต่อเข้ากับ ADSL Router ตัวนี้ ก็สามารถที่จะส่งงานมา print ที่ Printer ตัวนี้ได้ ไม่ว่าจะนั่งทำงานอยู่ที่ไหนครับ

แต่ก็ใช่ว่า Printer ทุกตัวจะสามารถใช้กับ Print Server ได้หมดนะครับ เพราะว่า Printer ที่จะสามารถใช้ได้จะต้องใช้ภาษา PCL หรือเป็น PCL Compatible เท่านั้นครับ โดยที่คุณจะสามารถดูได้จาก Specification ของ Printer ตัวนั้น จากข้างกล่อง หรือในคู่มือที่แถมมาครับ ส่วนทางที่ใช้ All-in-One Printer (Printer + Fax + Scanner) ผมขอแสดงความเสียใจด้วยครับ เพราะส่วนใหญ่จะไม่สามารถใช้ได้ครับ

ในอนาคต ถ้าคุณซื้อ Notebook ที่มี Wireless LAN มาใช้งาน คุณก็สามารถที่จะซื้อ Wireless Access Point มาต่อเข้ากับ ADSL Router ทำให้สามารถที่จะแชร์ Internet, แชร์ Printer และแชร์ไฟล์ แบบไร้สาย และแบบใช้สาย ไปได้พร้อมๆ กันครับ

2. Wireless ADSL Router หรือที่เรียกกันว่า All-in-one ถ้าคุณมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ Wireless LAN อยู่แล้วละก็ ผมแนะนำให้ซื้อ Wireless ADSL Router ไปเลยดีกว่าครับ เพราะราคาจะถูกกว่าซื้อ ADSL Router และ Wireless Access Point รวมกัน อีกทั้งการติดตั้งก็ยังทำได้ง่ายกว่าอีกด้วยครับ

Wireless ADSL Router มองกันง่ายๆ ก็คือ ADSL Modem + Router + Wireless Access Point ยังไงล่ะครับ แล้วก็เหมือนกับ ADSL Router ที่ Wireless ADSL Router ก็มีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ แบบที่มี Print Server รวมเข้ามาด้วย และแบบที่ไม่มีครับ โดยที่รุ่นที่มี Print Server แถมมาด้วยนั้น ราคาจะสูงกว่ารุ่นที่ไม่มี ประมาณ 500 บาท เท่านั้นเองครับ

อ่านมาถึงจุดนี้ คุณก็คงพอจะได้ความรู้ในการเลือกซื้ออุปกรณ์ในการเชื่อมต่อเข้ากับ Hi-Speed Internet กันไปพอสมควรแล้วนะครับ ถ้ามีอะไรสงสัยหรืออยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม ก็เชิญเข้าไปถามใน Forum ได้เลยนะครับ

ส่วนข้อแตกต่างระหว่าง ADSL Annex B กับ Annex C นั้น ถึงแม้ว่าจะเป็น ADSL over Integrated Services Digital Network (ISDN) เหมือนๆกัน แต่ว่าในประเทศญี่ปุ่นนั้น ใช้สายในการส่งสัญญาณ ISDN ที่แตกต่างจากทาง Europe และ US พอนำมาใช้ส่งสัญญาณแบบ ADSL ไปบนสาย ISDN เดิมๆ ก็เลยมีปัญหาสัญญาณกวนค่อนข้างมาก นั่นก็เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องมีมาตราฐาน Annex C ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะครับ

Leave a Reply